Home ข้อบังคับชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง
ข้อบังคับชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2011 เวลา 11:31 น.

ข้อบังคับ

ชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง

พ.ศ.2554

หมวดที่ 1

ความทั่วไป

ข้อ 1. ชมรมนี้มีชื่อว่า ชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง ชื่อย่อ ชมรม คปส.ตรัง

ข้อ 2 เครื่องหมายของชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง มีลักษณะดังนี้

- ปลาพะยูนชูดอกศรีตรัง เนื่องจากดอกศรีตรังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดตรัง ที่มีมาช้านาน ประจำคู่จังหวัด และปลาพะยูน

เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดตรังซึ่งสัตว์ที่หายาก ควรแก่การอนุรักษ์

ข้อ 3 สำนักงานของชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง (หลังเก่า) ถนนรื่นรมย์

ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง


หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์

ข้อ 4 ชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อ

4.1 ส่งเสริมและพัฒนาการดำเนินงานของคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง

4.2 พัฒนาผู้สูงอายุ พัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุและพัฒนาการรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายหรือชุมชน

4.3 ดำเนินงานหรือร่วมกับภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น หรือภาคประชาสังคม ดำเนินกิจกรรมในลักษณะการคุ้มครอง ส่งเสริม สนับสนุน

การป้องกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาครอบครัว เด็ก เยาวชน สตรี ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ

4.4 ดำเนินกิจกรรมเพื่อสืบสาน และอนุรักษ์ภูมิปัญญา ตลอดจนสร้างสรรค์กิจกรรม เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะด้วยภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ

4.5 ส่งเสริมให้สังคมตระหนักในคุณค่าความสำคัญของผู้สูงอายุ และเชิดชูผู้สูงอายุผู้เป็นภูมิปัญญาของสังคม

4.6 ดำเนินการอื่นตามคณะกรรมการชมรมกำหนด

หมวดที่ 3

สมาชิกชมรม คณะกรรมการและการบริหารชมรม

ข้อ 5 สมาชิกของชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง มี 3 ประเภท ดังนี้

5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่ขึ้นทะเบียนคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรังไว้แล้ว สามารถเป็นสมาชิกชมรมได้โดยปริยาย

ส่วนสมาชิกที่สมัครใหม่ให้ปฏิบัติตามข้อ 6

5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ หรือสมาชิกผู้มีอุปการะคุณ ได้แก่ ผู้ที่คณะกรรมการบริหารชมรมมีมติเห็นชอบให้เชิญเข้าร่วมเป็น

สมาชิกกิตติมศักดิ์หรือสมาชิกผู้มีอุปการะคุณ

5.3 สมาชิกสมทบ คือ ผู้ที่อายุไม่ถึง 60 ปี มีความรู้ และมีจิตอาสา ตามข้อ 6.2 และ 6.3 สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรมได้

โดยมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญ

ข้อ 6 การเป็นสมาชิกสามัญ

สมาชิกสามัญมีคุณสมบัติ ดังนี้

6.1 อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

6.2 มีความรู้ ความสามารถในภูมิปัญญา 1 สาขา หรือมากกว่า

6.3 มีจิตอาสาพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ หรือสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่สาธารณะด้วยภูมิปัญญา

- ผู้มีคุณสมบัติข้างต้นส่งแบบประวัติ (คปญ.1) พร้อมถ่ายภาพให้นายทะเบียนจัดเก็บข้อมูลเข้าระบบฐานข้อมูลคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง

สิ้นปีให้นายทะเบียนรายงาน

จำนวนสมาชิก เพิ่ม – ลด ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม

- ส่วนสมาชิกกิตติมศักดิ์หรือสมาชิกผู้มีอุปการคุณ ตามข้อ 5.2 ให้คณะกรรมการมีมติและเชิญเข้าเป็นสมาชิกตามวิธีที่เหมาะสมโดย

ขอประวัติตามแบบ คปญ.1 พร้อมภาพถ่าย

มอบให้นายทะเบียนบันทึกฐานข้อมูลต่อไป

ข้อ 7 สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ

7.1 ตาย

7.2 ลาออก

7.3 ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6

7.4 คณะกรรมการบริหารชมรมมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้ลบชื่อออกจากทะเบียน

ข้อ 8 ค่าลงทะเบียนสมาชิกชมรม ฯ หรือค่าบำรุง

ในกรณีที่ชมรมมีค่าใช้จ่าย อาจออกประกาศกำหนดการเก็บค่าบำรุงหรือค่าลงทะเบียน สมาชิกชมรมจากสมาชิกตามความจำเป็นต่อไป

ข้อ 9 ให้มีคณะกรรมการบริหารชมรมคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 25 คน

ซึ่งที่ประชุมใหญ่สมาชิกสามัญเป็นผู้เลือกตั้ง ส่วนตำแหน่งประธานให้มาจากการเสนอชื่อ และลงคะแนนของคณะกรรมการ ทั้งนี้

คณะกรรมการตำแหน่งอื่นให้จัดสรรมอบหมายหน้าที่ตามความสมัครใจของผู้ได้รับเลือกจากคณะกรรมการโดยมีประธานเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

คณะกรรมการชมรมดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี ไม่เกิน 2 วาระ องค์ประกอบของคณะกรรมการ มีดังนี้

9.1 ประธานกรรมการ

9.2 รองประธานกรรมการฝ่ายบริหาร (รอง ฯ 1)

9.3 รองประธานกรรมการฝ่ายกิจกรรม (รอง ฯ 2)

9.4 รองประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ (รอง ฯ 3)

9.5 เลขานุการ

9.6 เหรัญญิก

9.7 นายทะเบียน

9.8 ประชาสัมพันธ์

9.9 ปฏิคม

9.10 ผู้ช่วยเลขานุการ

9.11 ผู้ช่วยเหรัญญิก

9.12 ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์

9.13 ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์

9.14 ผู้ช่วยนายทะเบียน

9.15 ผู้ช่วยปฏิคม

9.16 กรรมการ

ทั้งนี้ การแต่งตั้งผู้ช่วยกรรมการตำแหน่งต่าง ๆ จะมีจำนวนเท่าใดให้คณะกรรมการบริหารแต่ละชุดเป็นผู้พิจารณา

และคณะกรรมการบริหารอาจเห็นสมควรเชิญผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นที่ปรึกษา หรือประธานที่ปรึกษาชมรมก็ได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 10 กรรมการบริหารชมรมพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุดังต่อไปนี้

10.1 ครบวาระ

10.2 ตาย

10.3 ลาออก

10.4 กรรมการบริหารชมรม ฯ มีมติ 2 ใน 3 ของคณะกรรมการ ให้กรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งในกรณีที่ตำแหน่งประธานชมรมว่างลง

ก่อนครบวาระ ให้รองประธานชมรมหรือคณะกรรมการบริหารที่คณะกรรมการเลือกทำหน้าที่แทนโดยเร็วจนครบวาระ และในกรณีที่

ตำแหน่งกรรมการอื่นว่างลง ประธานชมรมอาจแต่งตั้งสมาชิกที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนจนครบวาระของคณะกรรมการก็ได้

ข้อ 11 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

11.1 บริหารและควบคุมงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และมติของ

คณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่

11.2 ออกระเบียบ ประกาศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติของคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่

11.3 เชิญและแต่งตั้งบุคคลผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาชิกสมทบ สมาชิกผู้มี อุปการคุณ

ที่ปรึกษาหรือประธานที่ปรึกษา

11.4 แต่งตั้งสมาชิกหรือบุคคลที่เหมาะสมเป็นคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือเจ้าหน้าที่ชมรม เพื่อปฏิบัติการใด ๆ

ตามวัตถุประสงค์ของชมรม

11.5 ถอดถอนสมาชิกภาพของสมาชิกที่มีพฤติกรรมอันน่าเชื่อได้ว่าไม่เหมาะสม คณะกรรมการบริหารชมรมมีมติ

ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้ลบชื่อออกจากทะเบียนได้

11.6 อนุมัติเงินค่าใช้จ่าย และเงินช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ หรือประกาศของชมรม

11.7 แต่งตั้งสมาชิกเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สินของชมรมโดยทำหน้าที่ดังกล่าวภายในสิ้นปีปฏิทิน

และรายงานผลต่อคณะกรรมการเพื่อแจ้งที่ประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบ

11.8 จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี เพื่อแถลง

ผลงานและสถานะทางการเงิน นอกจากนี้สมาชิกอาจเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 เพื่อให้มีการประชุมวิสามัญขึ้นก็ได้

11.9 ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมปีละไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง และควรมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

ของคณะกรรมการ ส่วนการลงมติในการประชุมให้ใช้เสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

11.10 ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชมรม

ข้อ 12 บทบาทหน้าที่ในการบริหารงาน

12.1 ประธานมีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานของชมรม รวมถึงเป็นผู้รักษาระเบียบการประชุม ดำเนินการประชุมต่างๆ

และกำกับดูแลงาน/โครงการ/กิจกรรมของชมรม ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และเป็นไปตามข้อบังคับ

12.2 ประธาน เลขานุการ และเหรัญญิกชมรมเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม บริหารการใช้จ่าย

ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศมติของที่ประชุมใหญ่ และมติของที่ประชุมคณะกรรมการอย่างถูกต้องและโปร่งใส

หมวดที่ 4

สิทธิ หน้าที่ ของสมาชิก

ข้อ 13 สมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบ มีสิทธิและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

13.1 เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ

13.2 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของชมรมต่อคณะกรรมการบริหารชมรมหรือที่ประชุมใหญ่

13.3 เลือกตั้งและสมัครเป็นประธานชมรมหรือกรรมการ

13.4 ใช้สถานที่และวัสดุ ครุภัณฑ์ของชมรม

13.5 เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม

13.6 รับบริการอื่นตามที่ชมรมกำหนดหรือจัดให้มีขึ้น

13.7 ตรวจตรากิจการและทรัพย์สินของชมรมในระหว่างเวลาทำการของชมรม

หมวดที่ 5

การบริหารการเงินและบัญชี

ข้อ 14 เงินและทรัพย์สินของชมรม อาจได้มาจาก

14.1 เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่ชมรม

14.2 รายได้จากการจัดกิจกรรมของชมรม

14.3 เงินรายรับอื่นๆ เช่น ดอกผล ดอกเบี้ย หรือค่าลงทะเบียนสมาชิกหรือค่าบำรุง ตามประกาศกำหนด ฯลฯ

ข้อ 15 การเก็บเงินของชมรม ให้นำฝากไว้กับธนาคารกรุงไทย ซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้เหรัญญิกมี

อำนาจเก็บเงินสดได้ไม่เกิน 5,000 บาท

ข้อ 16 การใช้จ่ายเงินของชมรมจะต้องเป็นไปเพื่อกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของชมรม ประธานกรรมการมีอำนาจ

สั่งจ่ายเงินชมรม ฯ ได้ ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับ

ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารชมรม

ข้อ 17 การเบิกจ่ายเงิน จะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินสดก็ได้ การถอนเงินฝาก หรือออกเช็คสั่งจ่ายให้ประธานชมรมฝ่าย

หนึ่งเป็นตัวยืน และรองประธานชมรมด้านบริหาร หรือเหรัญญิกอีกฝ่ายหนึ่งลงนามสองในสามจึงสามารถเบิกจ่ายเงินได้

เหรัญญิกลงบัญชี รองประธานที่ได้รับมอบหมายตรวจความถูกต้องของบัญชีรับ – จ่ายเงินทุกครั้ง และส่งหลักฐาน

ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีดำเนินการ

ตาม 11.7 เพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีต่อไป

ข้อ 18 บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค ต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค จะนำไปใช้เพื่อการอื่นมิได้

ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้เป็นของชมรมนั้น จะต้องมีทะเบียนและลงบัญชีเป็นทรัพย์สินของชมรมให้ถูกต้อง

ทรัพย์สินดังกล่าวจะขาย แลกเปลี่ยน หรือบริจาคให้ผู้อื่นมิได้ เว้นแต่กรณีจำเป็น และได้รับอนุมัติจากที่

ประชุมคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 19 หนังสือสัญญาหรือนิติกรรมใดๆ ที่ได้กระทำในนามของชมรมจะมีผลผูกพันชมรมก็ต่อเมื่อสัญญาหรือนิติกรรมนั้นๆ

ไม่เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และระเบียบต่างๆ ของชมรมและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

ประธานชมรม หรือกรรมการที่คณะกรรมการมอบหมายจะต้องลงลายมือชื่อ พร้อมกับประทับตราเครื่องหมายชมรมไว้เป็นสำคัญ

ข้อ 20 ให้เหรัญญิกจัดให้มีสมุดบัญชีทางการเงินของชมรมพร้อมด้วยหลักฐานและใบสำคัญในการรับและจ่ายเงินให้

ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป

ข้อ 21 ให้เหรัญญิกจัดทำรายงานแสดงยอดเงินคงเหลือและรายรับ-รายจ่ายเงินของชมรมในงวดเดือนที่ล่วงมาแล้ว

เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งที่มีการประชุม

ข้อ 22 ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี จากสมาชิกที่มิใช่กรรมการของชมรมเป็นผู้สอบ

บัญชีของชมรม 1 คน ให้คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ผู้สอบบัญชีได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 23 รอบปีการบัญชี ให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี


หมวดที่ 6

การแก้ไขข้อบังคับ และการเลิกชมรม

ข้อ 24 การปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อบังคับชมรมจะกระทำได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญหรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ

ด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุม

ข้อ 25 เมื่อชมรมต้องเลิกไปด้วยเหตุก็ตาม ให้คณะกรรมการบริหารชมรมพิจารณาดำเนินการกับเงินสด และบรรดาทรัพย์สินต่าง ๆ

ของชมรมที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ให้เป็นไปเพื่อสาธารณะประโยชน์

ข้อ 26 ให้ประธานคณะกรรมการบริหารชมรม ฯ เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้เป็นต้นไป

ประกาศ วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2554

(ลงชื่อ)............จรัส ชูเมือง.........................................

นายจรัส ชูเมือง

ประธานคณะกรรมการชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดตรัง

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2011 เวลา 14:37 น.
 
ลิขสิทธิ์ © 2014 สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย